อย่าเลี้ยงลูกให้เป็นคนใจร้าย

รวบรวมข้อมูลโดย ฝ่ายสื่อสารองค์กรและเทคโนโลยี
         จากข่าวเหตุการณ์ของโลกยุคปัจจุบันเราจะพบว่าผู้คนมีจิตใจที่โหดร้ายไร้ความเมตตากรุณามากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทารุณหรือใจร้ายต่อเด็ก คนชรา คนพิการ คนที่อ่อนแอกว่าหรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง
          ดังกรณีที่มีข่าวเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความสลดใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากคือข่าวเกี่ยวกับการทารุณกรรมสุนัขซึ่งกำลังตั้งท้องและลูกรวม 2 ตัว ด้วยการใช้เชือกแขวนคอจนตาย ที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นผลมาจาก สังคมปัจจุบันนี้ที่ต่างคนต่างอยู่ แก่งแย่งแข่งขัน คิดถึงแต่ตนเอง จนทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวจนกระทั่งลืมนึกถึงคุณธรรมพื้นฐานของความเป็นมนุษย์คือการเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในเวลานี้ที่คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักถึงในการเลี้ยงดูและปลูกฝังให้ลูกเป็นคนไม่ใจร้ายและรู้จักเห็นใจผู้อื่นเพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ ด้วยวิธีดังนี้
         1. สร้างครอบครัวให้เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น มีงานวิจัยมากมายที่กล่าวตรงกันว่าการเลี้ยงดูในวัยเด็กเล็กจะมีผลต่อการกำหนดความคิด จิตใจและพฤติกรรมของลูกไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ อีกทั้งเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยมจากคุณพ่อคุณแม่ จะส่งผลให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความสุขและรู้สึกปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ลูกเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี รู้จักคุณค่าในตนเอง และมีจิตใจที่ดี
        2. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีสำนวนภาษาอังกฤษที่บอกว่า "Actions speak louder than words" ซึ่งหมายถึง “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนลูกผ่านการกระทำที่ดีเพื่อหล่อหลอมให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีประทับอยู่ในตัวของลูก เช่น คุณพ่อคุณแม่แสดงความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ ในการหมั่นพาลูกไปเยี่ยมเยียนดูแลปู่ย่าตายายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกได้ซึมซับถึงการแสดงความรักและการเอาใจใส่ต่อผู้อื่น นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักการแสดงความมีน้ำใจ เช่น ช่วยจูงคนสูงวัย ช่วยถือของหยิบของให้คุณครู ซึ่งการที่คุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ช่วยเหลือและดูแลผู้อื่นตั้งแต่เขายังเป็นเด็กนั้น เป็นการฝึกให้ลูกเป็นคนมีจิตใจเมตตา เอาใจใส่และชอบช่วยเหลือดูแลคนอื่นไปเองโดยไม่รู้ตัว
       3. สอนให้ลูกรักธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักดูแลต้นไม้ในบ้าน เช่น ชวนให้ลูกมาช่วยกันปลูกต้นไม้ หรือรดน้ำต้นไม้ด้วยกัน นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัข แมว โดยการให้ลูกช่วยให้อาหารสัตว์เลี้ยง หรือช่วยคุณพ่อคุณแม่อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง เพราะการที่ให้ลูกได้มีโอกาสดูแลต้นไม้และสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นการหล่อหลอมให้ลูกเป็นคนใจดี มีจิตใจอ่อนโยนและมีเมตตากรุณาต่อสัตว์ซึ่งจะพัฒนาไปสู่การเป็นคนที่มีเมตตาต่อผู้อื่นและไม่ก้าวร้าวรังแกคนที่อ่อนแอกว่าตนเอง
       4. สอนให้ลูกใกล้ชิดกับศาสนา แก่นแท้ของทุกศาสนาล้วนสอนให้คนมีจิตใจที่ดีงาม มีเมตตากรุณา เสียสละ มีความรักและให้อภัยต่อผู้อื่น ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกใกล้ชิดกับศาสนาตั้งแต่เด็ก เช่น ถ้าเป็นครอบครัวพุทธก็พาลูกไปวัดไปฟังเทศน์ฟังธรรม ถ้าเป็นครอบครัวคริสต์ก็พาลูกไปเรียนรวีวารศึกษาที่โบสถ์ ถ้าเป็นครอบครัวมุสลิมก็พาลูกไปมัสยิด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ลูกซึมซับหลักธรรมคำสอนของศาสนาเพื่อที่ลูกจะเป็นคนที่มีจิตใจและการประพฤติที่ดีงาม
       5. พาลูกไปสถานสงเคราะห์เด็กและคนชรา ในทุกวันหยุดแทนที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกไปเที่ยวหรือเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าทุกๆ ครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปเยี่ยมบ้านคนชรา โดยเอาอาหาร ขนมหรือเครื่องใช้ต่างไไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่นั่น ไปคุยหรือไปอ่านหนังสือให้คนชราที่นั่นฟัง ไปเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้า โดยให้ลูกเลือกเสื้อผ้า หนังสือนิทาน หรือของเล่นของตัวเองที่ไม่ได้เล่นแล้วเอาไปให้กับเด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นการสอนให้ลูกเป็นคนมีน้ำใจและรู้จักการให้โดยตรง
       ปัจจุบันคนใจดีมีเมตตากรุณาในสังคมมีจำนวนลดน้อยลงมากจนน่าใจหาย ในขณะที่คนใจร้ายเห็นแก่ตัวมีเพิ่มขึ้นมากมาย ที่เป็นเช่นนี้สาเหตุใหญ่เกิดมาจากการครอบครัวที่ขาดความรักความอบอุ่นและพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่ลูก เพราะการที่เด็กจะเติบโตขึ้นเป็น “คนใจดี” หรือเป็น “คนใจร้าย” นั้น ขึ้นอยู่กับการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่โดยตรงนั่นเอง
 
 
       ที่มา : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์


  View : 647


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


 วันนี้ 1,809
 เมื่อวาน 2,635
 สัปดาห์นี้ 7,073
 สัปดาห์ก่อน 18,730
 เดือนนี้ 51,631
 เดือนก่อน 133,524
 จำนวนผู้เข้าชม 1,573,538
  Your IP : 3.239.40.250