อาการทางจิตจากสารเสพติด

โดย ศูนย์ข้อมูลวิชาการ จากเดลินิวส์  วันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2555

การใช้สารเสพติดต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมแล้ว ยังทำให้เกิดอาการทางจิตถึงขั้นเป็นโรคจิตได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอแบ่งสารเสพติดเป็นสุรา กับยาเสพติดตัวอื่น ๆ ซึ่งยาเสพติดที่ก่อให้เกิดอาการทางจิตมากมีหลายตัว อาทิ ยาบ้า กัญชา และสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การใช้สารเสพติดส่วนใหญ่ก็เพื่อให้เกิดความเมา บรรเทาความเครียด บรรเทาความวิตกกังวล บรรเทาภาวะซึมเศร้า ให้ลืมเรื่องทุกข์ เกิดความสบายใจ เป็นเหตุจูงใจทำให้อยากใช้ต่อ แต่พอใช้ไปสักพักแทนที่จะบรรเทาอาการข้างต้น ก็กลายเป็นด้านลบอย่างรุนแรงไปเลย

อาการทางจิตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการเสพยาเสพติดเข้าไปในปริมาณมาก ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน คลุ้มคลั่ง ขาดสติ หวาดระแวงกลัวคนจะมาทำร้าย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อาจทำร้ายตัวเองและผู้อื่น เหมือนข่าวที่เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ที่ผู้เสพยาปีนป่ายขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าหรือที่สูงเพราะฤทธิ์ยา

ส่วนอาการทางจิตจากการดื่มสุรามักพบในคนที่ดื่มสุราทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปีขึ้นไป ดื่มจนเกิดอาการประสาทหลอน หวาดระแวง ในกลุ่มนี้หากดื่มติดต่อกันทุกวันแล้วมาหยุดดื่มกะทันหันจะเกิดอาการลงแดง มือสั่น ใจสั่น หน้าแดง ความดันสูง เห็นภาพหลอนเป็นภาพที่น่ากลัว ทำให้เกิดการวิ่งหนี เกิดอุบัติเหตุ หรือเห็นภาพที่น่ากลัวก็เลยป้องกันตัวเองด้วยการทำร้ายผู้อื่น

จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่มีอาการทางจิตและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช ประมาณ 10-20% มีสาเหตุมาจากการดื่มสุราและใช้ยาเสพติด

ทั้งนี้คนที่ใช้สารเสพติดจนถึงขั้นเกิดอาการทางจิต คงไม่ไปโรงพยาบาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ดังนั้นญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดอาจเป็นคนพาไป แต่ถ้าญาติพี่น้องพาไปไม่ไหวก็อาจขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือฝ่ายตำรวจ ตรงนี้ไม่ได้เป็นการริดรอนสิทธิเพราะทำไปเพื่อให้เขาดีขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันความปลอดภัยให้กับสังคมด้วย

เมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา จะมีการให้ยา อาการทางจิตก็จะหายไป แต่ถ้าใช้ไปนาน ๆ ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการรักษา บางรายอาจกลายเป็นโรคจิตหวาดระแวงถาวรไปเลยก็มี ทั้งนี้เพราะการใช้สารเสพติดในปริมาณมาก ๆติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ จะไปทำลายเซลล์ประสาท โดยเซลล์ประสาทที่ถูกทำลายไปแล้วจะเป็นการทำลายแบบถาวร ดังนั้นต้องรีบรักษาเพื่อไม่ให้มีการทำลายเซลล์ประสาทมากขึ้น ถ้าไม่รักษาแล้วใช้สารเสพติดเรื้อรังไปเรื่อย ๆ สุดท้ายพอเซลล์ประสาทถูกทำลายมาก ๆ ก็กลายเป็นโรคจิตถาวร

ท้ายนี้อยากฝากว่า ถ้ามีเรื่องเครียด เศร้าใจ อย่าใช้สารเสพติดเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ให้หาวิธีแก้เครียดที่เป็นบวก เช่น หาเพื่อนคุย หาที่ปรึกษา หรือออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อลดความเครียด และยังทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย แต่ถ้าไปแก้ไขปัญหาผิดทางด้วยการใช้สารเสพติด มันจะไปทำลายเซลล์ประสาท สุดท้ายก็เกิดอาการประสาทหลอน คลุ้มคลั่ง เสียบุคลิก และยังทำให้เกิดปัญหามากขึ้นไปอีกพันกันนัวเนียไปหมด ปัญหาก็ยิ่งซับซ้อนแก้ยาก.

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน

 


  View : 9.14K


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


 วันนี้ 2,828
 เมื่อวาน 5,098
 สัปดาห์นี้ 16,917
 สัปดาห์ก่อน 24,429
 เดือนนี้ 17,200
 เดือนก่อน 53,321
 จำนวนผู้เข้าชม 735,106
  Your IP : 34.231.21.83

กรมสุขภาพจิต