โรควิตกกังวลในเด็กและวัยรุ่น

รวบรวมข้อมูลโดย ฝ่ายสื่อสารองค์กรและเทคโนโลยี

     โดยทั่วไปเมื่อเด็กต้องพบกับสิ่งกระตุ้นที่อาจจะทำให้เกิดความเครียด เช่น เปิดเรียนใหม่ ใกล้สอบ หรือต้องนำเสนองานหน้าชั้นเรียน ก็จะมีอาการตื่นเต้น ใจสั่น เหงื่อออก รู้สึกกลัวหรือกังวล ซึ่งเป็นภาวะปรกติที่พบได้ในคนทั่วไป
     อาการวิตกกังวลเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านลุล่วงไปแล้ว แต่หากความคิดกลัว กังวลซ้ำๆเหล่านี้ไม่หายไป หรือมีอาการวิตกกังวลมากกว่าปรกติ จนมีผลกระทบกับชีวิต เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่สามารถเรียนได้อย่างเคย สมาธิในการทำงานเสียไป ความสัมพันธ์กับเพื่อนแย่ลง มีอาการปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ อาจเป็นความผิดปรกติในกลุ่มโรควิตกกังวลในเด็กได้
          อาการของโรค
          อาการทางร่างกาย : เหงื่อแตก ใจสั่น หายใจเร็ว ปวดท้อง แน่นหน้าอก ปวดหัว นอนไม่หลับ
          อาการทางใจ : ตกใจง่าย กังวลใจในการทำกิจกรรมต่างๆ การพูดหน้าชั้นเรียน การแยกจากพ่อแม่ หรือเรื่องความปลอดภัย การนอนฝันร้ายบ่อยๆ ถามย้ำซ้ำๆบ่อยๆ
          การวินิจฉัยและรักษา
          แพทย์จะประเมินอาการจากการถามประวัติ พูดคุยกับผู้ปกครองและเด็ก ตรวจประเมินสุขภาพจิตเพื่อวินิจฉัยและวางแผนในการให้คำแนะนำและการดูแลต่อไป
          การรักษาอาจประกอบด้วย การให้คำแนะนำเบื้องต้น การทำจิตบำบัดโดยวิธีปรับความคิดและพฤติกรรมบำบัด และอาจมีการใช้ยาร่วมด้วยในบางรายที่อาการมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมาก
          ดูแลตนเองเบื้องต้น
          1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาที
          2. เด็กควรนอนหลับพักผ่อนวันละ 9-10 ชั่วโมง
          3. ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจเข้าออกช้าๆ นับ 1-10 การฝึกสมาธิ เดินจงกรม การฝึกโยคะ เป็นต้น ควรฝึกอย่างสม่ำเสมอวันละ 10-15 นาที
          4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา ชาเขียว กาแฟ


ที่มา : โลกวันนี้วันสุข โดย พญ.จิณห์จุฑา นิธิอุทัย  และพญ.จิณห์จุฑา นิธิอุทัย สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ร.พ.เด็ก)


  View : 934


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


 วันนี้ 1,216
 เมื่อวาน 2,637
 สัปดาห์นี้ 10,220
 สัปดาห์ก่อน 24,429
 เดือนนี้ 10,503
 เดือนก่อน 53,321
 จำนวนผู้เข้าชม 728,409
  Your IP : 34.231.21.83

กรมสุขภาพจิต
hd pornn
vip porn